เมนู

อันตรายจากการหาวิธีแก้อาการนอนกรนเสียงดังเอง

August 15, 2023
อันตรายจากการหาวิธีแก้อาการนอนกรนเสียงดังเอง

การนอนกรนเป็นปัญหาใหญ่ของแทบจะทุกบ้าน หลายๆ คนอาจจะไปหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อหาทางแก้ และได้เห็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์แก้นอนกรนต่างๆ มากมายบนอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเหล่าอุปกรณ์เล็กจิ๋วที่ใช้เสียบจมูก สายรัดคอ หรือสมุนไพรต่างๆ  แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าหลายๆ โฆษณาช่วยเชื่อเหล่านั้น ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาการนอนกรนได้จริง

1. เราต้องมาดูกันก่อนว่า เสียงกรนเกิดจากอะไร

การมีเสียงกรนนั้น เกิดจากกล้ามเนื้อ ในช่องปากมีการคลายตัว และหย่อนลงมาปิดกั้นทางเดินหายใจในขณะที่เรานอนหลับ ทำให้ช่องทางเดินหายใจมีภาวะตีบแคบลง หายใจเข้าออกลำบากและไม่สะดวก จึงทำให้เราต้องหายใจเข้าอย่างแรง จึงทำให้เกิดการกระพือของเสียง ซึ่งก็คือเสียงกรนนั่นเอง

2. ทีนี้เรามาดูกันว่า หากกูเกิ้ลหาวิธีแก้การนอนกรน อินเตอร์เน็ตจะบอกอะไรคุณบ้าง

2.1 การใช้ยาสมุนไพร มีสมุนไพรหลายประเภทที่ถูกกล่าวถึงว่ามีฤทธิ์ที่สามารถทำให้หายกรนได้ แต่จริงๆแล้วสมุนไพรเหล่านี้จะช่วยเพียงบรรเทาอาการได้เล็กน้อยเท่านั้น อาจจะทำให้ลำคอชุ่มชื่นขึ้น หรือช่วยละลายเสมหะ แต่จะไม่สามารถทำให้ช่องทางเดินหายใจกว้างขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการนอนกรนเสียงดัง

2.2 การใช้สายรัดคาง หลายงานวิจัยออกมายืนยันแล้วว่า สายรัดคางไม่ได้ช่วยเรื่องการนอนกรนเลยซักนิด แถมยังอาจจะทำให้อาการหนักขึ้นไปอีก เนื่องจากเป็นการไปบีบรัดขากรรไกร เพราะฉะนั้นหากเห็นโฆษณาบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซต่างๆ อย่าไปหลงเชื่อเป็นอันขาด

2.3 การใช้อุปกรณ์เสียบหรือหนีบจมูกเล็กๆ สิ่งนี้เคยฮิตมากในอินเทอร์เน็ต และทุกวันนี้ก็ยังมีขายบน Shopee กับ Lazada ทั้งๆ ที่กรมอาหารและยา ได้ออกมาเตือนแล้วว่าอันตราย และไม่สามารถแก้อาการนอนกรนได้จริง แถมส่วนใหญ่ยังถูกผลิตจากโรงงานในจีนที่ไม่ได้รับมาตรฐานอีกด้วย จึงอันตรายมากๆ หากผู้บริโภคซื้อมาใช้เอง

3. วิธีการรักษาการนอนกรนที่ดีที่สุดคือการไปพบแพทย์

การไปปรึกษาคุณหมอ หรือไปตรวจที่คลีนิกตรวจการนอน (Sleep Lap) จะทำให้คุณรู้สาเหตุของการนอนกรนของคุณอย่างแท้จริง ไม่ต้องเสียเวลา เสียเงินไปกับการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง และปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาการอาจจะหนักมากขึ้นไปอีก

4. สิ่งที่ควรจะตรวจให้รู้โดยเร็วคือ อาการนอนกรนเสียงดังของคุณเป็นแบบอันตราย หรือไม่อันตราย

อาการนอนกรนมี 2 ประเภท

  1.   อาการนอนกรนธรรมดา เป็นอาการที่ไม่อันตราย และไม่มีภาวะการหยุดหายใจขณะหลับ

รวมอยู่ด้วย แต่ถึงแม้จะไม่มีอันตราย แต่มันก็เป็นปัญหาและมีผลกระทบต่อคนรอบข้างและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะกับคู่นอนหรือคู่สามีภรรยา ถ้ากรนเสียงดังมากและยาวนานหลายปี ก็อาจเป็นปัญหาไปจนถึงการหย่าร้างได้เช่นกัน

  1.   อาการนอนกรนอันตราย อาการกรนประเภทนี้จะมีเสียงกรนที่ดังมากและมีภาวะการ

หยุดหายใจอยู่ด้วย การนอนกรนประเภทนี้นอกจากจะรบกวนคนรอบข้างในขณะหลับแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของผู้กรนเองด้วยเช่นกัน เพราะมันทำให้นอนหลับไม่สนิท จะมีการสะดุ้งตื่นเป็นพักๆ ส่งผลให้นอนหลับพักผ่อนได้ไม่เต็มที่และง่วงนอนบ่อยในตอนกลางวัน ซึ่งมีผลกระทบต่อการใช้สมาธิในการทำงาน การเรียน การขับรถ หรือการใช้ชีวิตทั่วไป อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ และหากปล่อยไว้นานๆ การกรนประเภทนี้ก็ยังทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดในสมอง หัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น 

วิธีการตรวจระดับการนอนกรน

เราจะรู้ก็ต่อเมื่อเราได้ทำการตรวจ Sleep Test เพื่อวัดค่า  AHI (Apnea-hypopnea index) ซึ่งเป็นค่าการหยุดหายใจขณะหลับ ที่จะวัดว่าเราเป็นโรค Sleep Apnea (โรคหยุดหายใจขณะหลับ) หรือไม่

  • AHI < 5 ครั้งต่อชั่วโมง คือ ปกติ
  • AHI 5 - 14 ครั้งต่อชั่วโมง คือ รุนแรงน้อย
  • AHI 15 - 29 ครั้งต่อชั่วโมง คือ รุนแรงปานกลาง
  • AHI 30 ครั้งต่อชั่วโมง คือ รุนแรงมาก

เมื่อทำ Sleep Test จนได้ผลออกมาแล้วว่าอาการของคุณอยู่ในระดับไหน คุณก็จะสามารถรักษาหรือแก้ไขได้ถูกต้อง ปลอดภัย ไม่ต้องเสียเงิน เสียสุขภาพ และเสียเวลาเปล่าอีกด้วย

 การรักษาการนอนกรนแต่ละประเภท

กรณีแบบอาการนอนกรนธรรมดา

  • ลดน้ำหนัก เพราะความอ้วนเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งของการกรน เพราะมีไขมันในลำคอ ทำให้ช่องทางเดินหายใจตีบแคบจนเกิดเสียงกรนขึ้น
  • จัดท่านอนใหม่ การกรนมักเกิดกับคนที่นอนหงาย ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นการนอนตะแครงหรือนอนในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน หรือการใช้หมอนหนุนศีรษะขึ้นเพื่อไม่ให้ลิ้นหย่อนลงไปในลำคอ
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น จะสามารถเพิ่มความตึงตัวให้กับกล้ามเนื้อบริเวณคอหอย การหย่อนและอุดกั้นทางเดินหายใจก็จะน้อยลง
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ เป็นต้น เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนบนคลายตัวมากขึ้น สมองตื่นตัวช้าลง ซึ่งทำให้มีการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบนมากขึ้น จนมีอาการนอนกรน

กรณีแบบอาการนอนกรนอันตราย

  • การใช้อุปกรณ์ทางทันตกรรมช่องปาก ด้วยอุปกรณ์ oral appliance ช่วยปรับให้กรามล่างและลิ้นอยู่ในลักษณะที่ไม่ปิดกั้นทางเดินหายใจขณะนอนหลับ
  • ใช้เครื่อง CPAP (continuous positive airway pressure) เครื่องนี้จะเป่าแรงดันบวกเข้าไปเพื่อให้ทางเดินเดินหายใจขยาย และทำให้หายใจสะดวกมากขึ้น แต่ก่อนจะใช้ต้องได้รับการตรวจ Sleep Test จากหมอหรือผู้เชี่ยวชาญก่อน
  • การผ่าตัด การรักษานี้เหมาะกับคนที่มีอาการรุนแรง ต้องเคยทำ Sleep test และต้องไปให้หมอวินิจฉัยว่าควรผ่าตัดอะไรและรูปแบบไหน ซึ่งขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละคน

จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะเห็นว่าอาการนอนกรนไม่ใช่เรื่องตลกเลย การนอนกรนถือเป็นภัยใกล้ตัวที่คุณไม่ควรมองข้ามและไม่ควรซื้ออุปกรณ์มาใช้เอง อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเพียงเพราะคิดว่ามันง่าย สะดวก ราคาถูก แต่ควรคำนึงถึงการรักษาที่ตรงจุดและถูกวิธี โดยการทำ Sleep Test ก่อน เพื่อดูว่าเรามีอาการอยู่ในระดับไหน เพราะถ้าอาการรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แล้วยังปล่อยไว้นาน ไม่รีบรักษาให้ถูกต้อง อาจส่งผลถึงขั้นเสียชีวิตได้ เราจึงสนับสนุนให้ทุกคนที่นอนกรนได้ไปตรวจ เพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

อ้างอิง:

เช็คราคาและสั่งซื้ออะไหล่บน Shopee

ไปยังเว็บไซต์ SHOPEE

เช็คราคาและสั่งซื้ออะไหล่บน LAZADA

ไปยังเว็บไซต์ LAZADA

เช็คราคาและสั่งซื้ออะไหล่กับ
แอดมิน

แอดไลน์
สงวนลิขสิทธิ์ ©2024 โดย บริษัท สู่ฝัน เมดิคอล จำกัด